การประมาณการทางบัญชีสำคัญอย่างไร เรื่องใกล้ตัวที่หลายคนมองข้าม

ในยุคที่มีการเปลี่ยนแปลงมากมาย การทำบัญชีมุ่งเน้นความเป็นมาตรฐานมากขึ้น ไม่ว่าคุณจะอยู่ในฐานะของ “ผู้ทำบัญชี” “ผู้ตรวจสอบบัญชี” หรือแม้แต่ “ผู้ใช้งบการเงิน” เคยสงสัยกันบ้างหรือเปล่าว่า ในการทำบัญชีแต่ละปี การประมาณการทางบัญชีคืออะไร และมีความสำคัญต่อการทำบัญชีอย่างไรบ้าง วันนี้มาหาคำตอบไปพร้อมๆ กันได้เลย

  • ประมาณการทางบัญชีคืออะไร?

ประมาณการทางบัญชีก็คือ ทุกอย่างที่บริษัทจำเป็นต้องใช้ดุลยพินิจในการประมาณการ มีการตั้งสมมติฐานในเรื่องที่มีความไม่แน่นอน และมีผลกระทบต่อจำนวนเงินที่แสดงในงบการเงินของบริษัทด้วยเหตุผลนี้อาจทำให้งบประมาณที่ตั้งสมมติฐานกับงบประมาณจริงไม่เท่ากัน ประมาณการทางบัญชีอยู่รอบตัวอย่างที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งประมาณการทางบัญชีที่ดีต้องมีความใกล้เคียง เหมาะสม และผิดพลาดน้อยที่สุด ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายเลย

  • การประมาณการมีกี่ประเภท

การประมาณการทางบัญชีถูกแบ่งออกตามระดับความเสี่ยงได้ 3 ประเภท

  1. ประมาณการทางบัญชีที่มีความเสี่ยงต่ำ
  2. ประมาณการทางบัญชีที่มีความเสี่ยงสูง
  3. ประมาณการทางบัญชีที่มีความเสี่ยงอย่างมีนัยสำคัญ

การประมาณการทางบัญชีถูกแบ่งออกได้ 3 ประเภทตามระดับความเสี่ยง ซึ่งมีปัจจัยหรือองค์ประกอบสำคัญที่ใช้ในการแบ่งดังต่อไปนี้

ความไม่แน่นอนของประมาณการทางบัญชี

ความซับซ้อนของการคำนวณ

ระยะเวลาที่จำเป็นในการประมาณการ

ความน่าเชื่อถือของข้อมูล

ระดับการใช้ดุลยพินิจเพื่อกำหนดสมมติฐาน

ความเสี่ยงที่มีนัยสำคัญรวมไปถึงความเสี่ยงจากการทุจริตที่เกี่ยวข้องกับการตรวจสอบ

การแบ่งแยกหน้าที่ภายในกระบวนการจัดทำประมาณการทางบัญชี

การเปลี่ยนแปลงสมมติฐานหรือวิธีการคำนวณ

ระดับความระวังของผู้บริหารในการสร้างกระบวนการจัดทำประมาณการทางบัญชี

ความแม่นยำของผลประมาณการปีก่อน

ความผิดพลาดจากผลการทำประมาณการทางบัญชีของปีก่อนเมื่อเทียบกับผลเสียหายจริงว่ามีความแม่นยำมากน้อยเพียงใด

การเปลี่ยนแปลงของตัวแหน่งบุคลากรที่มีความสำคัญและเกี่ยวข้องกับการทำประมาณการทางบัญชี

ลักษณะของกิจการและลักษณะของรายการบัญชีประมาณการ

หากประมาณการที่เกี่ยวข้องกับสินค้ามีการพึ่งพิงเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย ย่อมทำให้การทำบัญชีประมาณการมีความซับซ้อนมากกว่าประมาณการของธุรกิจที่ซื้อมาขายไปแบบปกติ

5 ขั้นตอนสำคัญในการพิจารณาจัดทำประมาณการทางบัญชี

  • ขั้นที่ 1 กำหนดนโยบาย 

บริษัทจะต้องทำการกำหนดนโยบายที่เหมาะสมกับประมาณการทางบัญชี เพื่อตอบสนองความเสี่ยงของบัญชีประมาณการในแต่ละระดับ และนโยบายควรพิจารณาใหม่ทุกๆ ปี 

  • ขั้นที่ 2 ประมวลผล

บริษัทจะต้องมีการประเมินผลข้อมูลสารสนเทศเพื่อให้แน่ใจว่าข้อมูลที่มีนั้นครบถ้วนและมีความถูกต้องรวมไปถึงข้อมูลเหล่านั้นมีความเกี่ยวข้องที่จะนำมาคำนวณประกอบการทำประมาณการทางบัญชี

  • ขั้นที่ 3 ออกแบบวิธีการ

บริษัทจะต้องออกแบบวิธีที่เหมาะสม รวมถึงการทดลองทำแบบจำลองในการคำนวณที่จำเป็นสำหรับประมาณการทางบัญชี 

  • ขั้นที่ 4 ทำการประเมิน

จะต้องมีผู้เชี่ยวชาญ มีความรู้ความสามารถเพียงพอมาประเมินหรือแสดงความคิดเห็นต่อประมาณการทางบัญชีอย่างอิสระ

  • ขั้นที่ 5 ระบุสมมติฐาน

ต้องตั้งสมมติฐานที่เกี่ยวข้องและจำเป็นต่อการประมาณการทางบัญชี โดยสมมติฐานจะต้องครอบคลุมครบถ้วน รวมไปถึงต้องต้องออกแบบหลักการในการกำหนดเพื่อสนับสนุนที่มาของสมมติฐานอย่างสมเหตุสมผลและมีความชัดเจนครบแต่ละเรื่อง

พอทำความรู้จักกับกับประมาณการทางบัญชีแล้ว ไม่ว่าคุณจะอยู่ในฐานะอะไร ก็น่าจะพอมองว่าประมาณการทางบัญชีบางรายการอาจไม่ใช่แค่รายการบัญชีธรรมดาๆ ที่บันทึกแค่รายรับรายจ่าย เดบิต เครดิตผ่านใบสำคัญทั่วไป ยิ่งกว่านั่นก็คือประมาณการทางบัญชีบางรายการควรถูกหยิบยกมาพิจารณาเป็นเรื่องสำคัญสำหรับการตรวจสอบด้วย ที่สำคัญประมาณการทางบัญชีมักเป็นช่องทางที่ผู้บริหารใช้ในการตกแต่งบัญชีเพื่อให้งบการเงินเป็นไปในทิศทางที่ต้องการด้วย

ในปัจจุบันแทบทุกบริษัทจะต้องมีการทำการประมาณรายการบัญชีใดๆ ขึ้นเพื่อการบันทึกบัญชี  แถมประมาณรายการบัญชีในทุกวันนี้มีความซับซ้อนมากขึ้นกว่าเดิม หลายคนอาจไม่เคยคิดมาก่อน ทั้งนี้ก็มาจากการพัฒนาและไม่หยุดนิ่งของธุรกิจตลอดจนการยกระดับการทำบัญชีให้มีมาตรฐานเทียบเท่ากับมาตรฐานสากล